ลักษณะตำหนิของเพชรแต่ละเม็ด

ลักษณะตำหนิของเพชรแต่ละเม็ด

เพชรจะมีร่องรอยหรือตำหนิที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งก่อตัวในช่วงระหว่างการตกผลึก ขนาดและประเภทของเพชรที่มีตำหนิจะแสดงถึงความบริสุทธิ์ของเพชรเม็ดนั้นว่ามีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งบางเม็ดจะเห็นตำหนิได้ ต้องใช้กล้องจุลทัศน์ส่องดูจึงหาพบ ตราบใดที่ประกายของเพชรยังแวววาวสุกใส รอยตำหนินั้นๆ ก็ไม่สามารถที่จะบดบังความงามของเพชรได้ การที่จะบอกถึงตำหนิของเพชรตามจุดต่างๆ นั้น กระทำได้โดยอาศัยสายตาของผู้เชียวชาญ ซึ่งจะตรวจดูโดยใช้แว่นขยายขนาดกำลังขยาย 10 เท่า ภายใต้แสงสว่างตามปกติ มาตราฐานสากล ได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อวัดความบริสุทธิ์ของเพชร โดยสถาบันอัญมณีศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา หรือ G.I.A ซึ่งย่อมากจาก Gemological Institute of America 

FI = Flawless คือ เพชรที่ปราศจากตำหนิหรือรอยขีดข่วนใดๆ ทั้งภายนอกและภายในเนื้อเพชร

IF = Internally Flawless คือเพชรที่ปราศจากตำหนิภายใน มีเพียงรอยขีดข่วนเล็กๆ บนพื้นผิวภายนอกเท่านั้น

VVS1-VVS2 = Very Slightly Included คือเพชรที่มีตำหนิน้อยนิดมากทั้งจากภายในหรือภายนอกพื้นผิว มองแทบจะไม่เห็นด้วยแว่นขยายถึง 10 เท่า

SI = Slightly Included คือเพชรที่มีตำหนิเพียงเล็กน้อย เห็นได้ง่ายมากเมื่อส่องดูด้วยแว่นขยาย 10 เท่า แต่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

I1 = Included 1 คือเพชรที่มีตำหนิเห็นได้ชัดเจนด้วยแว่นขยาย 10 เท่า และมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

I2 = Inclded 2 คือเพชรที่มีตำหนิ มองเห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่า และมีผลเสียต่อประกายไฟของเพชร

I3 = Inclded 3 คือเพชรที่ไม่สุกใสเนื่องจากถูกบดบังด้วยตำหนิที่มืดทึบซึ่งสามารถมองเห็นได้ง่ายมากด้วยตาเปล่า

ความขาวที่ต่างกัน

เพชรที่ใช้ทำเครื่องประดับ ส่วนใหญ่จะมองเห็นว่าเป็นสีขาวหรือไม่มีสี แต่ความเป็นจริงแล้ว มีเพชรจำนวนน้อยมากที่จะขาวบริสุทธิ์หรือไม่ม่สีเลย สีของเพชรสำคัญมากในการกำหนดราคาค่าของเพชร ยิ่งขาวบริสุทธิ์เท่าไรก็ยึงมีราคาแต่อย่างไรก็ตาม คุณค่าอีก 3 ประการ ของเพชรก็ไเป็นตัวกำหนดราคาเพชร ราคารับซื้อเพชรด้วยเช่นกัน วิธีเดียวที่จะวัดสีของเพชรให้แน่นอนได้ ก็โดยจัดวางเพชรให้อยู่ใกล้เพชรอีกเม็ดหนึ่งที่ได้รับคัดเลือกแล้ว มาตราสากลได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างละเอียดสำหรับคัดเลือกแยกความแตกต่างของสีเพชร

 

ติดต่อสอบถาม 082-223-4185 คุณราเชน

 

www.รับซื้อเพชรพลอย.com 

 

 

Visitors: 1,036,941